ว่ากันด้วยเรื่องของอาหารที่เป็นเอกลักษณ์ของต่างชาติ ทุกๆ ท่านจะคิดถึงอาหารชนิดใดกันบ้างครับ บทความนี้เลยจะพาทุกๆ ท่านไปรู้จักกับ “ประวัติ สปาเก็ตตี้” ที่น่าสนใจมากๆ พร้อมกับไปสำรวจเกี่ยวกับ เส้นแบบต่างๆ และวัฒนธรรมการกินสปาเก็ตตี้ของคนไทยที่ทำให้ต่างชาติงงไปตามๆ กันด้วยครับ เพื่อเป็นการไม่เสียเวลา เราไปชมกันเล้ยย!!!
ต้นกำเนิดของ สปาเก็ตตี้
ต้นกำเนิดของสปาเก็ตตี้นั้นมาจากประเทศอิตาลี โดยมีที่มาจาก สปาเก็ตตี้เป็นหนึ่งในเส้นพาสตาที่เก่าแก่และเป็นที่นิยมมากที่สุดของอิตาลี คำว่า “สปาเก็ตตี้” มาจากคำในภาษาอิตาลี “spaghi” หมายถึง “เชือก” หรือ “สาย”
จุดกำเนิดที่แน่ชัดของสปาเก็ตตี้ยังไม่เป็นที่แน่นอน แต่มีหลักฤกษ์บ่งชี้ว่าอาจเริ่มต้นในภูมิภาคคัมพาเนียของอิตาลีตอนใต้ ตั้งแต่ศตวรรษที่ 12 หรืออาจมีรากฐานมาจากจีนและนำมาสู่อิตาลีในศตวรรษที่ 13 โดยพ่อค้าผ่านเส้นทางสายไหม
ในช่วงแรกๆ สปาเก็ตตี้จะถูกทำจากแป้งข้าวสาลีแบบหยาบ จนกระทั่งราวศตวรรษที่ 17-18 วิธีการทำจึงถูกพัฒนาให้ละเอียดขึ้น สปาเก็ตตี้จึงเริ่มแพร่หลายในหมู่ชนชั้นสูงของอิตาลี ก่อนจะกลายเป็นอาหารพื้นเมืองที่ได้รับความนิยมไปทั่วโลก
ปัจจุบันประเทศอิตาลีนับเป็นผู้ผลิตและส่งออกสปาเก็ตตี้รายใหญ่ของโลก และสปาเก็ตตี้ก็ได้กลายเป็นหนึ่งในเมนูพาสตาที่จดจำได้ง่ายที่สุดของอาหารอิตาเลียน
รู้จัก 5 เส้นพาสต้าที่สามารถทำได้หลากหลายเมนู!!
เส้นพาสต้า คืออาหารของชาวอิตาลีที่มีส่วนผสมของแป้งสาลี น้ำ และไข่ ซึ่งพาสต้านั่นมีรูปร่างหน้าตาหลายรูปแบบและหนึ่งในนั้นก็คือ “สปาเก็ตตี้” ด้วยนั้นเอง นอกจากนี้เราจะไปทำความรู้จักกับเส้นแบบอื่นๆ อีก 8 แบบให้ได้รู้จักกันด้วยครับ
1. Spaghetti (สปาเกตตี) คือเส้นพาสต้าแบบกลมยาว ได้รับความนิยมเป็นอับดับ 1 ของทุกเส้นเลย เหมาะกับซอสหลากหลายชนิด
2. Linguine (ลิงกวินี) พาสต้าเส้นยาวคล้ายสปาเกตตี แต่แบนเล็กน้อย นิยมทานกับซอสที่มีน้ำมันเป็นส่วนประกอบ เช่น ซอสโหระพา
3. Fettucine (เฟตตุชินี) เส้นยาวแบนกว่าลิงกวินี คล้ายริบบิ้นเลยนะคะ นิยมทานกับซอสที่มีลักษณะข้นๆ หรือซอสครีมเห็ด
4. Macaroni (มักกะโรนี) เส้นพาสต้า อีกแบบหนึ่งที่เป็นที่นิยมมากในบ้านเรา ลักษณะเป็นเส้นกลม มีรูตรงกลาง ทานได้กับซอลหลากหลายแบบ หรือจะทานกับสลัดก็อร่อยนะคะ
5. Penne (เพนเน่) มีลักษณะเป็นแบบท่อ และตัดเฉียงปลายทั้งสองด้าน
●ใช้ช้อนตักหรือมีดตัดให้เส้นให้สั้นเพื่อช่วยในการกินพาสต้า
การกินเมนูพาสต้าของชาวอิตาเลียนนั้นจะไม่มีการตัดเส้นให้สั้นลงเพื่อความสะดวกในการกินโดยเด็ดขาด แต่จะใช้วิธีเอาส้อมหมุนเส้นให้ม้วนติดรอบส้อมพอดีคำ และเข้าปากทั้งหมดทีเดียวโดยไม่มีการกัดแบ่งจากส้อม และไม่มีการดูดเส้นที่ค้างอยู่นอกปากแต่จะให้กัดให้ขาดไปแล้วเริ่มคำใหม่ แต่จะอนุโลมให้ได้สำหรับเด็กที่มีอายุต่ำกว่า 5 ขวบลงมาที่ชาวอิตาเลียนเข้าใจได้ว่า ไม่สามารถทานเส้นพาสต้าแบบยาวๆ ได้เหมือนผู้ใหญ่
●ใส่ครีมในสปาเก็ตตี้คาร์โบนาร่า
เมนูคาโบนาร่า ใส่เฉพาะ “ไข่แดง” เพื่อเพิ่มความข้นของตัวซอสให้เกาะเส้นเท่านั้น ส่วนผสมหลักๆ ของคาโบนาร่าจะมีแค่ 4 อย่าง คือ เส้นสปาเก็ตตี้, ไข่, ชีส Pecorino และ Guanciales หากมีการใส่ครีมจะไม่ใช้เมนู สปาเก็ตตี้คาโบราน่าแท้ๆ นั้นเอง
●ใส่เนื้อไก่ในพาสต้า
ชาวอิตาลีเค้ามองว่า รสชาติของไก่และเส้นพาสต้าไปในทางเดียวกันจนไม่จำเป็นต้องใส่ด้วยกัน แยกกันอยู่นั้นถูกต้องที่สุด จะใช้วัตถุดิบอื่นๆ เพื่อปรุงให้กลมกล่อม ครบรส แทนที่จะใช้ไก่
●ขอชีสเพิ่ม
การกินพาสต้าหรือสปาเก็ตี้ของชาวอิตาเลียนจะไม่มีการขอชีสเพิ่ม โดยเฉพาะกับเมนูสปาเก็ตตี้ทะเล เพราะรสชาติขอชีสนั้นไม่เข้ากับรสชาติอาหารทะเลอย่างยิ่ง และมองอีกมุมอาจจะเป็นการบอกเชฟด้วยว่า รสชาติอาหารของคุณยังไม่อร่อยเท่าที่ควรจึงต้องขอชีสมาเพิ่มรสชาติ ควรขอเป็นเกลือเพื่อปรุงรสเล็กน้อยแทน
●ใส่ซอสมะเขือเทศลงในพาสต้า
สำหรับวิถีการกินสไตล์คนไทยแล้วอาจจะลำบากไปสักหน่อย เพราะซอสมะเขือเทศกับบ้านเราสามารถกินได้แทบจะทุกเมนูฝรั่งที่เราอยากจะใส่ลงไป คล้ายๆ กับน้ำปลาพริก ที่ใส่เพิ่มรสชาติสำหรับหลากหลายเมนู แต่เมื่อไหร่ที่เราขอซอสมะเขือเทศในร้านอาหาร ชาวอิตาลีจะเข้าใจผิดว่า เราดูถูกฝีมือเชฟอย่างมากนั้นเองเป็นอย่างไรกันบ้างครับกับข้อมูลเกี่ยวกับ “รู้จักกับประวัติ สปาเก็ตตี้” พร้อมกับความรู้ที่ติดมาด้วย หวังสว่าจะชอบและเป็นประโยชน์กันนะครับ
